วันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

วัดพระแก้ว (วัดพระศรีรัตนศาสดาราม)

เครื่องทรงพระแก้วมรกตทั้ง 3 ฤดู
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ"วัดพระแก้ว" เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่1 ซึ่งโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นพร้อมๆกับพระบรมมหาราชวัง และกรุงรัตนโกสินทร์ โดยตัววัดจะอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นนอก ทางทิศตะวันออก ซึ่งวัดแห่งนี้เป็นวัดที่ไม่มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษาเลย แต่จะใช้เป็นที่บวชนาคหลวง และประชุมข้าทูลละอองพระบาทถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา

สิ่งที่น่าสนใจในวัดพระแก้ว

ยักษ์ทวารบาล
1. พระแก้วมรกต
เป็น"พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง" ของชาวไทย ซึ่งได้ถูกอัญเชิญมาจากเมืองเวียงจันทร์ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ แกะสลักด้วยหยกสีเขียวเข้ม มีมูลค่าและหายากมาก ซึ่งพระแก้วมรกตจะถูกเปลี่ยนเครื่องทรงประจำฤดู หรือที่เราเรียกว่า "เครื่องทรงประจำฤดู" มีดังนี้
วันแรม 1 ค่ำ เดือน 4 เปลี่ยนเครื่องทรงฤดูหนาวเป็นเครื่องทรงฤดูร้อน
วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 เปลี่ยนเครื่องทรงฤดูร้อนเป็นเครื่องทรงฤดูฝน
วันแรม 1 ค่ำ เดือน 12 เปลี่ยนเครื่องทรงฤดูฝนเป็นเครื่องทรงฤดูหนาว

2. พระอุโบสถ
สร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 เป็นพระอุโบสถขนาดใหญ่ หลังคาลด 4 ระดับ 3 ซ้อน มีช่อฟ้า 3 ชั้น ปิดทองประดับ กระจก ตัวพระอุโบสถมีระเบียงเดินได้โดยรอบ หลังคาเป็นพาไลคลุม รับด้วยเสานางรายปิดทองประดับกระจก ทั้งต้น พนักระเบียงรับเสานางราย ทำเป็นลูกฟักประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีอย่างจีน ตัวพระอุโบสถมี ฐานปัทม์ รับอีกชั้นหนึ่ง ประดับครุฑยุดนาคหล่อด้วยโลหะปิดทอง มีเสารายเทียนหล่อด้วยทองแดงล้อมรอบทั้งสี่ด้าน ผนังพระอุโบสถ ในรัชกาลที่1 เขียนลายรดน้ำบนพื้นชาดแดง รัชกาลที่ 3 โปรดเล้าฯ ให้ปั้นลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ปิดทองประดับกระจก เพื่อให้เข้ากับผนังมณฑป ปิดทองประดับกระจก บานพระทวารและพระบัญชรประดับมุก ทั้งหมด ฝีมือช่างสมัยรัชกาลที่ 1 ที่เชิงบันไดมีสิงห์หล่อด้วยสำริดบันไดละคู่ รวม 12 ตัว โดยได้แบบมาจาก เขมรคู่หนึ่ง แล้วหล่อเพิ่มอีก 10 ตัว

3. จิตรกรรมฝาผนังวัดพระแก้ว
วัดพระแก้วมีจิตรกรรมฝาผนัง ที่บันทึก บอกเล่าเรื่องราวต่างๆของเรื่องรามเกียรติ์ ซึ่งมีด้วยกันถึง 178 ห้อง ถือได้ว่าเป็นจิตรกรรมที่มีความยาวมากที่สุดในโลก และที่นี่เพื่อนๆจะได้ชมภาพจิตรกรรมที่มีความวิจิตรงดงาม และฝีมืออันละเอียดอ่อนของช่างจิตรกรรมไทยด้วย

พระศรีรัตนเจดีย์
4. ปราสาทพระเทพบิดร
เดิมเรียก "พุทธปรางค์ปราสาท" เป็นปราสาทยอดปรางจตุรมุข สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่4 ซึ่งปราสาทแห่งนี้ใช้เป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมรูปของรัชกาลที่1-8 เปิดให้ประชาชนเข้าถวายบังคมได้ในวันที่ 6 เม.ย.(วันจักรี) ของทุกปี

5. พระมณฑป
เป็นสถานที่เก็บพระไตรปิฎก และมีการประดับมุกไว้อย่างสวยงาม

6. พระศรีรัตนเจดีย์
สร้างขึ้นตามแบบเจดีย์พระศรีสรรเพชญ์ ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกของพระมณฑป ภายในมีเจดีย์องค์เล็กซึ่งประดิษฐานพระสารีริกธาตุไว้

7. พระอัษฎามหาเจดีย์
สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าพระอาราม ซึ่งมีจำนวน 6 องค์อยู่บริเวณภายนอก และอีก 2 องค์อยู่บริเวณภายใน ซึ่งแต่ละองค์จะมีชื่อเป็นของตัวเอง

8. ยักษ์ทวารบาล
เป็นยักษ์ที่มีความสูงประมาณ 6 เมตร สร้างขึ้นให้ยืนกุมกระบองเฝ้าประตูต่างๆ รอบพระอุโบสถ์ มีจำนวนทั้งหมด 12 ตน ซึ่งแต่ละตนนั้นมีสี และหน้าตาแตกต่างกันไป

9. หอพระคันธารราษฎร์
เป็นที่ประดิษฐานพระคันธารราษฎร์ ซึ่งเป็นพระประธานในพิธีพืชมงคล และพิธีพิรุณศาสตร์ละ

จิตรกรรมฝาผนังในวัดพระแก้ว
และในวัดพระแก้วยังมีสถานที่อื่นๆอีกมากมาย แต่ทางเราขอนำมาเสนอเพื่อนๆเพียงหลักๆเท่านั้น ซึ่งเมื่อมีโอกาสได้มาเที่ยวกรุงเทพแล้ว อย่าลืมถือโอกาสไปไหว้นมัสการและขอพรกันด้วยนะคะ

รายละเอียดเพิ่มเติม
เวลาทำการ: ทุกวัน 08.30-15.30 น. คนไทยเข้าชมฟรี ชาวต่างชาติ 200 บาท

กิจกรรม-เทศกาล :
วันอาทิตย์ เทศนาธรรม 13.00 น.
วันพระ: เทศนาธรรม 09.00 น. และ13.00 น.
มัคคุเทศน์ 10.00 น. และ 14.00 น.

ข้อห้าม:
ห้ามถ่ายรูปในพระอุโบสถ

การแต่งกาย
ผู้ชาย: ห้ามใส่กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ
ผู้หญิง: ห้ามใส่เสื้อกล้าม ใส่เสื้อไม่มีแขนกางเกงสามส่วน รองเท้าแตะ

วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เกาะล้าน เกาะสวรรค์ใกล้เมืองกรุงฯ



บริการบนหาดตาแหวน
ขึ้นชื่อว่าแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่อยู่ใกล้กรุงเทพ ซึ่งใช้เวลาในการเดินทางไม่นานนัก นอกจากพัทยาแล้ว เรามีอีกที่หนึ่งที่ลืมไปไม่ได้นั่นคือ "เกาะล้าน (Koh Lan)" เป็นเกาะที่มีชื่อเสียง น้ำทะเลใสๆ หาดทรายสวยๆ และมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลไปเที่ยวกันช่วง Holiday หรือแม้แต่วันธรรมดาก็ตาม เนื่องจากเป็นสถานที่ที่ใช้เวลาเพียงไม่นาน และยังได้นั่งเรือชมวิว และน้ำทะเลใส่ในขณะที่เรือพาข้ามไปยังเกาะล้านด้วย

สำหรับการเดินทางไปยังเกาะล้านนั้น สามารถขับรถไปจอดไว้ที่ท่าเรือแหลมบาลีฮายได้ หรืออาจใช้บริการรถตู้ซึ่งมีให้เพื่อนๆใช้บริการมากมาย ทั้งบริเวณอนุสาวรีย์ หรือแถวแยกบางนาก็มีนะคะ ซึ่งเมื่อเพื่อนๆเดินทางไปถึงยังท่าเรือแหลมบาลีฮายแล้ว ก็สามารถซื้อตั๋วขึ้นเรือได้เลย ซึ่งค่าตั๋วนี่ประมาณ 30-40 นะคะ(ถ้าจำไม่ผิด) และจุดเด่นที่หลายๆคนมักจะถ่ายรูปกันก่อนขึ้นเรือ นั่นคือภูเขาที่มีอักษรตัวใหญ่มากๆว่า "Pattaya City" ซึ่งใช้เป็นbackground ให้กับรูปสวยๆได้จร้า จากนั้นเพื่อนๆก็ขึ้นเรือกันได้เลย ลืมบอกไปว่าส่วนใหญ่แล้วมักจะนั่งเรือไปลงบริเวณ "ท่าเรือหน้าบ้าน" ซึ่งที่นั่นจะมีมอเตอร์ไซต์ให้เช่าไว้ขับเที่ยวรอบๆเกาะด้วยนะคะ ราคาก็อยู่ที่ประมาณ 200-300 บาทต่อคันค่ะ

สำหรับแหล่งท่องเที่ยวของเกาะล้าน มีดังนี้ค่ะ

ผ่อนคลายบนหาดตาแหวน
1. หาดตาแหวน (Tawaen Beach)
 หาดนี้เป็นหาดที่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวมากที่สุด อาจถือได้ว่าเป็นหาดที่เหมาะสำหรับเล่นน้ำ มีน้ำทะเลใสๆ หาดทรายขาวสะอาด และเป็นหาดที่มีผู้คนพลุกพล่าน มีของกินให้เลือกสรรค์กันมากมาย รวมถึงของฝาก ชุดว่ายน้ำ และอื่นๆอีกเพียบ
หาดตาแหวนแห่งนี้เป็นที่เหมาะสำหรับนอนอาบแดด และมีเครื่องเล่นมากมาย ทั้งห่วงยางสีสันสดใสให้เพื่อนๆได้ใช้เพิ่มความสนุก ทั้งยังมีที่นั่งให้เช่าตกราคาที่ 20 บาท และจากที่ลองสังเกตนั้น อาจเนื่องจากมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันมากทำให้อาจมีสิ่งมีค่าตกหล่นในน้ำทะเล จึงมักจะเห็นชาวบ้านบางคนใช้เครื่องมือตรวจจับหาวัตถุต่างๆบริเวณที่เพื่อนกำลังเล่นน้ำกันอยู่ ทางที่ดีแนะนำให้เก็บสิ่งของมีค่าไว้ก่อนค่อยลงเล่นน้ำนะคะ

วิวจากจุดชมวิวที่หาดตาแหวน
 2. หาดสังวาลย์ (Sangwan Beach)
เป็นหาดที่มีระยะสั้นๆเพียง 150 เมตร และสามารถเดินมาได้จากหาดตาแหวน ซึ่งถ้าหันหน้าเข้าหาทะเลนั้นให้เดินมาทางด้านซ้าย หาดแห่งนี้เป็นหาดที่เงียบสงบ มีความเป็นส่วนตัว ช่วงเช้าๆจะมีเตียงผ้าใบตั้งเรียงรายให้เพื่อนๆได้เช่านอนชมวิว อาบแดดกันได้ (ถ้าไม่กลัวดำนะคะ)

3. หาดนวล (Nuan Beach)
เป็นหาดที่เงียบสงบอีกหาดหนึ่ง ส่วนใหญ่จะมีชาวต่างชาติมากกว่าคนไทย เนื่องจากหาดแห่งนี้เป็นเหมือนหาดส่วนตัว จึงทำให้ผู้คนไม่พลุกพล่านนัก

อาหารที่ขายตามหาดต่างๆ
4. หาดแสม (Samae Beach)
เป็นหาดที่มีความยาวประมาณ 700 เมตร ใหญ่รองลงมาจากหาดตาแหวน ที่นี่จะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเยอะเช่นเดียวกัน และที่หาดนี้ยังเป็นสถานที่ตั้งของอาคารปลากระเบน ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับควบคุมการผลิตไฟฟ้าด้วยโซล่าเซลล์และ กังหันลม บริเวณสองข้างทางจะเป็นป่า มีชุมชนบ้างเล็กน้อย

5. หาดเทียน (Tean Beach)
หาดแห่งนี้เป็นเหมือนหาดส่วนตัวเช่นเดียวกัน จึงมีผู้คนน้อย มีเครื่องเล่นให้เล่นบ้างประปราย

ของฝากจากเกาะล้าน
6. หาดตายาย (Ta-Yai Beach)
เป็นหาดสั้นๆที่มีความสวยงาม หาดทรายขาวสะอาด ที่นี่จะมีป้ายประกาศปิดไว้อย่างชัดเจนว่า "หาดปิดเวลา 18.30 น. กรุณาอย่างส่งเสียงดัง อ่านให้ชัดเจน!" จึงทำให้เป็นเหมือนหาดที่ไว้พักผ่อนส่วนตัวได้เป็นอย่างดีค่ะ

และนี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวบนเกาะล้านที่อยากให้เพื่อนๆได้ไปเที่ยวพักผ่อนกันนะคะ รับรองว่าไปแล้วจะทำให้รู้สึกประทับใจทีเดียวค่ะ แต่สำหรับเพื่อนๆที่ชอบสีสันในยามค่ำคืนนั้น แนะนำว่าให้เที่ยวเกาะล้านช่วงกลางวัน และนั่งเรือมาพักยังพัทยา ดีกว่าค่ะ เพราะตกกลางคืนแล้ว บนเกาะจะเงียบ และดูวังเวงเหมือนกัน (หรือเค้าคิดไปเองก็มะรู้) อ้อ! บนเกาะล้านมีเซเว่น เปิดบริการที่ท่าเรือหน้าบ้านด้วยนะคะ แต่ราคาของอาจจะแพงกว่าบนฝั่งสักหน่อย ทางที่ดี เพื่อนๆอยากทานอะไรก็ช่วยกันแบกขึ้นเรือมาได้ค่ะ

สุดท้ายก็ขอให้เพื่อนเที่ยวเกาะล้านกันอย่างมีความสุขนะคะ วันหลังจะนำเสนอข้อมูลที่เที่ยวใหม่ๆให้ได้ประทับใจกับ Amazing Thailand กันอีกนะคะ

วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เที่ยวน้ำตกในเกาะช้าง (Waterfall in holiday)

กลับมาแล้วนะคะเพื่อนๆ หลังจากที่ห่างหายไปนาน วันนี้เราจึงนำข้อมูลสถานที่เที่ยวของเกาะช้างมาฝากกันอีก1 อย่าง นั่นคือ " น้ำตก " เพื่อนๆที่ไปเที่ยวเกาะช้างส่วนใหญ่มักจะคิดถึงแต่ทะเล แต่จริงๆแล้วเกาะช้างยังมีน้ำตกไว้เป็นแหล่งสำหรับเที่ยวคลายร้อนได้เช่นเดียวกัน เรามาเริ่มจากที่แรกกันเลย
น้ำตกคลองพลู

น้ำตกคลองพลู
น้ำตกคลองพลู หรืออีกชึ่อหนึ่งคือ "น้ำตกเมฆภูผา" อาจมาจากคำว่า คลองภู ซึ่งเป็นชื่อยอดเขา "ภูผาเมฆสวรรค์" แบ่งออกเป็น 3 ชั้น มีน้ำตกไหลผ่านหน้าผาลงแอ่งเบื้องล่างตลอดทั้งปี บริเวณทางเข้ามีร้านอาหารอยู่หลายร้าน ทั้งอาหารไทยและอาหารอิสาน นอกจากยังมีร้านให้บริการนวดแผนไทยอีกด้วย

น้ำตกคลองพลูตั้งอยู่ระหว่างหาดไก่แบ้และหาดคลองพร้าว ห่างจากอ่าวคลองพร้าวมาประมาณ 3 กม. ซึ่งหากเพื่อนๆเดินทางมาจากท่าเรือเฟอรี่ แล้ว จะสังเกตเห็นทางเข้าน้ำตกได้จากทางด้านซ้ายมือ และตัวน้ำตกอยู่ห่างจากถนนสายหลักของเกาะช้าง ลึกเข้าไปอีกประมาณ 2 กม. จากนั้นต้องเดินป่าอีกประมาณ 20 นาที ซึ่งน้ำตกคลองพลูแห่งนี้เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดบนเกาะช้างด้านฝั่งตะวันตก และหากเพื่อนๆสนใจ จะไปเข้าชม หรือเที่ยวน้ำตกนั้น ทางอุทยานแหห่งชาติหมู่เกาะช้างจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการเข้าเยี่ยมชมคนละ 20 บาท แค่เงินเพียง20 บาท ก็ทำให้เราได้เที่ยวน้ำตกอย่างเย็นกาย สบายใจได้แล้วล่ะจร้า

น้ำตกธารมะยม
น้ำตกธารมะยม
น้ำตกธารมะยมเป็นน้ำตกขนาดกลาง มีทั้งหมด 4 ชั้น บริเวณทางขึ้นน้ำตกจะอยู่ใกล้กับที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ กช.1 (ธารมะยม) ซึ่งจะเดินผ่านสวนทุเรียนเข้าไปอีกประมาณ 500 เมตร น้ำตกธารมะยมนั้นมีลักษณะเป็นธารน้ำไหลผ่านลงมาเป็นชั้นๆตามร่องหินแกรนิตสีดำ มีหน้าผาสูงชันจนเกือบตั้งฉาก บริเวณโดยรอบเป็นป่าดงดิบที่มีอากาศร่มเย็นสบาย เหมาะแก่การตั้งแค้มป์เป็นอย่างยิ่ง มีพระบรมวงศ์ชั้นผู้ใหญ่หลายพระองค์เคยเสด็จประพาส และลงพระนามาภิไธยอยู่บนแผ่นหินผาของน้ำตกธารมะยมนั่นเอง

น้ำตกคีรีเพชร
น้ำตกคีรีเพชร ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง เป็นน้ำตกชั้นเดียว อยู่ลึกเข้าไปจากชุมชนบ้านสลักเพชร ก่อนถึงหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กช.3 ( สลักเพชร ) ไปประมาณ 4 กม. จะมีป้ายบอกทางไปน้ำตกคีรีเพชรทางขวามือ และจะผ่านสวนยางพาราเป็นระยะทางประมาณ 3 กม. ซึ่งน้ำตกแห่งนี้มีความสูงมาก สามารถมองเห็นได้จากบางจุดของหมู่บ้านสลักเพชร ประชาชนในหมู่บ้านใช้น้ำจากน้ำตกคีรีเพชร เพื่อการอุปโภคบริโภค


น้ำตกคีรีเพชร
น้ำตกคลองนนทรี
น้ำตกคลองนนทรี ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะช้าง เป็นน้ำตกที่มีชั้นเล็กๆ มีทางเดินเท้าจากบ้านด่านใหม่เข้าไปประมาณ 3 กม. หรือจากที่ทำหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กช.1 ( ธารมะยม ) ไปเป็นระยะทางประมาณ 4 กม.

น้ำตกคลองหนึ่ง
น้ำตกคลองหนึ่ง เป็นน้ำตกขนาดเล็กจะอยู่ใกล้น้ำตกคีรีเพชร-บ้านโรงถ่าน ตัวน้ำตกอยู่ลึกเข้าไปจากชุมชนสลักเพชรเข้าไปประมาณ 2 กม.จากถนนหลัก แล้วเดินเท้าอีกประมาณ 500 เมตร ตัวน้ำตกไหลทิ้งตัวลงมาจากช่องเขาแคบ ๆ ที่มีความสูง 120 เมตร สามารถลงเล่นน้ำได้

วันพุธที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2556

เกาะช้าง ทะเลสวย น้ำใส Amazing in Thailand

เกาะช้าง มุม Top View
  ขึ้นชื่อว่าเกาะในฝันแล้ว เชื่อได้ว่าเพื่อนๆหลายคนคงคิดถึงอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง หรือรู้จักกันว่า "เกาะช้าง" (Koh Chang) เป็นตัวเลือกหลักๆอีกตัวเลือกหนึ่ง ที่เพื่อนๆอยากมีโอกาสไปเยือน เพื่อพักผ่อนคลาย ท่ามกลางหาดทรายสีขาวสวย น้ำทะเลใสสะอาด วันนี้เราจึงนำข้อมูลดีๆเกี่ยวกับเกาะช้าง(Koh Chang) มาฝากเพื่อนๆกันค่ะ

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง หรือ "เกาะช้าง" นั้นเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดตราด ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่มากมาย นับรวมกันได้ไม่ต่ำกว่า 40 เกาะ ซึ่งหลายๆเกาะนั้นมีทิวทัศน์ที่สวยงาม หาดทรายดูขาวสะอาดตา รวมถึงบางเกาะยังมีแหล่งปะการังใต้น้ำที่มีความสมบูรณ์ตามธรรมชาติอยู่ อาทิ เกาะหวาย และหมู่เกาะรัง เป็นต้น ซึ่งเกาะเหล่านี้สามารถดำน้ำดูความสวยงามของปะการังได้ ซึ่งจะมีทัวร์ต่างๆให้บริการอยู่มากมาย นอกจากทะเลแล้วเกาะช้างยังมีแหล่งท่องเที่ยวจำพวกน้ำตก และเที่ยวชมวิถีชีวิตของชาวบ้านบนเกาะได้อีกด้วย แต่วันนี้เราจะขอพูดถึงสถานที่เที่ยวเกี่ยวกับทะเล และหาดทรายสวยๆบนเกาะช้างกันก่อน ซึ่งมีอยู่ด้วยกันดังนี้


จุดดำน้ำในเกาะช้างที่เป็นที่นิยม
จุดดำน้ำในเกาะช้าง
หาดคลองพร้าว เป็นหาดที่มีความยาวมาก และมีทางลาดชัน หาดดังกล่าวอยู่ติดกับหาดไก่แบ้ ซึ่งสามารถลงเล่นน้ำได้
หาดทรายขาว(White Beach) เป็นหาดที่มีทรายขาวละเอียด เหมาะในการลงเล่นน้ำและนอนอาบแดด ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะ

อ่าวคลองสน เป็นอ่าวที่อยู่ทางหัวเกาะ ถัดมาจากท่าเรือสับปะรด ซึ่งสามารถนั่งรถเข้าไปได้

หาดไข่มุข เป็นหาดเล็กๆ ที่มีลักษณะเป็นก้อนหิน ตั้งอยู่ระหว่างหาดคลองพร้าว และหาดทรายขาว

หาดท่าน้ำ หรือ Lonely Beach อยู่ห่างจากหาดไก่แบ้ไป 2 กม. ต้องขับรถขึ้นเนินมาก่อน ซึ่งระหว่างทางจะมีจุดชมวิว เรียกว่า "เนินซีวิว" ซึ่งหาดแห่งนี้จะเป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวแบบสะพายเป้ (Back pack)เนื่องจากมีราคาค่าที่พักไม่แพง

แหลมไชยเชษฐ์ เป็นแหลมที่มีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เพราะเป็นแหล่งที่มีอาหารและของกินมากมาย ทั้งยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามด้วย

ทิวทัศน์ของเกาะช้าง

หาดทรายยาว เป็นหาดที่สามารถลงเล่นน้ำได้ และยังสามารถเดินป่าชมทัศนียภาพของหมู่เกาะใกล้เคียง เช่น เกาะเหลายา อ่าวสลักเพชร เกาะหวาย และชมจุดยุทธนาวีที่เกาะช้าง
และนี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลบนเกาะช้างที่เรานำมาเสนอเพื่อนๆกัน หากใครสนใจก็สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ ซึ่งเกาะช้างมีระยะทางไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก และยังสามารถเดินทางมาได้อย่างสะดวกเนื่องจากมีผู้ให้บริการมากมาย ซึ่งการเดินทางนั้น จะนำมาเสนอๆเพื่อนๆกันในครั้งต่อไปนะคะ

วันพุธที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2556

ไหว้พระ 9 วัดเสริมมงคลชีวิต
ความมงคลถือเป็นสิ่งที่เราทุกคน ล้วนอยากให้ประสบพบเจอกับตัวเอง เพื่อนๆก็เช่นเดียวกันล้วนแล้วแต่หวังเป็นอย่างยิ่งที่จะพบเจอแต่สิ่งดีๆกันใช่มั๊ยคะ แต่แน่นอนเราจะเจอสิ่งมงคลได้เราต้องหมั่นสร้างบุญกุศล และทำจิตใจให้สงบ ผ่องใส วันนี้เราจึงมีทริปดีๆ ที่ได้ทั้งทำบุญสร้างความดี และได้ท่องเที่ยวไปในตัว นั่นคือ "การทำบุญไหว้พระ 9 วัด" นั่นเอง

เริ่มต้นด้วยการไหว้ศาลหลักเมืองเพื่อเอาฤกษ์เอาชัยกันเป็นสถานที่แรกนะคะ หากเพื่อนๆไม่รู้จักว่าศาลหลักเมืองอยู่ที่ไหน ให้นั่งรถไปยังสนามหลวง และศาลหลักเมืองจะอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของท้องสนามหลวง ซึ่งเป็นฝั่งตรงข้ามกับพระบรมมหาราชวังนั่นเอง

จากนั้นเดินข้ามถนนไปยังวัดพระแก้ว(วัดพระศรีรัตนศาสดาราม) เพื่อไหว้พระแก้วมรกต อันเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของคนไทยเรามานานนะคะ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 45นาที เสร็จแล้วนั่งรถตุ๊กๆไปยังวัดโพธิ์ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 10 นาที เพื่อไปไหว้พระพุทธไสยาธน์ ซึ่งเป็นพระใหญ่ และเสี่ยงเซียมซีดูดวงกัน

เมื่อเสร็จจากวัดโพธิ์ให้ข้ามถนนมาฝั่งท่าเตียน เพื่อนั่งเรือข้ามฟากไปยังวัดอรุณราชวรมหาวิหาร หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ"วัดอรุณดิ์" อาจใช้เวลาประมาณ 10 นาทีในการนั่งเรือไปยังวัดอรุณดิ์นะคะ เมื่อไหว้เสร็จแล้วให้นั่งรถ2 แถวเล็กไปยังวัดระฆัง หรือวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร เพื่อไหว้พระวัดระฆังกัน ใช้เวลาประมาณ 10 นาที เมื่อเสร็จจากวัดระฆัง ให้นั่งเรือกลับมาขึ้นฝั่งพระนคร ที่ท่าเรือท่าช้าง ซึ่งอาจใช้เวลาในการไหว้พระทั้ง 5 วัดข้างต้นมาแล้วประมาณครึ่งวัน เพื่อนๆสามารถพักแวะรับประทานอาหารได้กันบริเวณนี้ เพื่อรองท้อง ให้สามารถเดินทางทำบุญได้ต่อไป  เมื่อรับประทานอาหารกันอย่างอิ่มหนำแล้ว อาจรู้สึกเหนื่อยบ้าง เพื่อนๆอาจใช้บริการรถแท็กซี่เพื่อไปยังวัดชนะสงคราม (คนละวัดกับวัดชัยชนะสงคราม ที่อยู่แถวๆเยาวราชนะคะ) ซึ่งอยู่บริเวณถนนข้าวสาร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 15 นาที การมาไหว้พระวัดนี้ส่วนใหญ่จะเป็นการมาขอพรเพื่อให้ได้รับชัยชนะในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำข้อสอบ สัมภาษณ์งาน หรือแข่งขันอย่างอื่น เหมือนช่วยในด้านกำลังใจเพื่อต่อสู้ศัตรูนะคะ จากนั้นเมื่อเสร็จแล้วให้นั่งรถต่อไปยังศาลเจ้าพ่อเสือ เพื่อขอพร และสะเดาะห์เคราะห์ปีชงกัน แล้วเดินต่อไปยังวัดสุทัศน์ ที่เพื่อนๆได้ยินชื่อเกี่ยวกับ"เปรตวัดสุทัศน์" ที่นี่จะมีรูปปั้นในด้านผลกรรมที่ท่านได้ทำกรรมชั่วไว้แสดงให้น่าเกรงกลัวการทำบาปกัน

แล้วเราก็ไปต่อกันวัดสระเกศ อันเป็นวัดสุดท้าย ซึ่งอยู่ริมคลองมหานาค อันอยู่ใกล้ๆกับศาลเจ้าพ่อเสือนั่นเอง ที่นี่เพื่อนๆจะรู้จักกันในชื่อ"วัดภูเขาทอง"นั่นเอง

เกร็ดความรู้มงคลการไหว้วัดต่างๆ
1. ศาลหลักเมือง ไหว้เพื่อการตัดเคราะห์ ต่อชะตา เสริมบุญบารมี ขอพรให้เจริญรุ่งเรือง
2. วัดพระแก้ว ไหว้เพื่อขอพระจากพระแก้วมรกตให้มีแก้วแหวน เงินทอง มีกินมีใช้ไม่ขัดสน
3. วัดโพธิ์ ไหว้พระนอนวัดโพธิ์ ให้อยู่ดีกินดี นั่งกินนอนกินอย่างสบายกาย สบายใจ
4. วัดอรุณดิ์ หรือ วัดแจ้ง ไหว้เพื่อขอพรให้ชีวิตสว่างสดใส รุ่งโรจน์
5. วัดระฆัง ไหว้เพื่อขอพรให้ตัวเองมีชื่อเสียงโด่งดัง ก้องกังวาร
6. วัดชนะสงคราม ไหว้เพื่อขอพรให้มีชัยชนะในด้านต่างๆ ที่ต้องมีการแข่งขัน ต่อสู้กัน ทั้งการสอบ การสัมภาษณ์งาน หรือการเสนองานต่างๆที่ต้องมีคู่แข่ง
7. ศาลเจ้าพ่อเสือ ไหว้เพื่อเสริมบารมีให้กับตัวเอง และอาจใช้เพื่อเป็นการสะเดาะห์เคราะห์ในตัว
8. วัดสุทัศน์ ไหว้เพื่อขอพรให้ตัวเองมีวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล
9. วัดสระเกศ หรือวัดภูเขาทอง ไหว้เพื่อขอพรให้ชีวิตมีความมั่นคง หนักแน่นดั่งภูผา

วันจันทร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2556

เช็ครถยนต์สำคัญไฉน

เช็ครถยนต์ก่อนออกเดินทาง
เช็ครถยนต์ก่อนออกเดินทางไกล
สงกรานต์กำลังจะผ่านไป วันทำงานใกล้จะเข้ามาอีกแล้ว เพื่อนๆคนไหนที่กลับต่างจังหวัด หรือไปเที่ยวที่ไหนกันมาไกลๆ ก่อนกลับหรือออกเดินทางได้เช็คสภาพรถกันรึยัง วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆในการเช็คสภาพรถก่อนท่านจะออกเดินทางไกลมาฝากกันค่ะ ทั้งนี้เพื่อให้การเดินทางของเพื่อนๆเป็นไปอย่างราบรื่น และสามารถเดินทางได้อย่างมั่นใจ ไม่เสียเวลาระหว่างการเดินทาง

ขั้นตอนในการเช็ครถก่อนออกเดินทางไกล จะต้องตรวจสอบดังนี้
เช็คยางก่อนออกเดินทาง
1. ยาง ต้องเป็นยางที่อยู่ในสภาพที่ดี มีความดันลมยางเหมาะสม ดอกยางอยู่ในสภาพดี ไม่แข็ง หรือดอกยางหายไป ทำให้ไม่สามารถเกาะถนนได้ และต้องตรวจสอบล้อให้ดีว่าขันแน่นดีพอหรือไม่ ไม่งั้น! ขับๆอยู่ล้อหลุดไปตอนไหนล่ะแย่เลยค๊าาา  อ้อ! ที่สำคัญ ล้อยางอะไหล่ก็ควรตรวจสอบให้ดีว่าอยู่ในสภาพที่เตรียมพร้อม สามารถเปลี่ยนได้ทันที เมื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น

2. เบรก เนื่องจากเบรกเป็นอุปกรณ์ safety ที่สำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งในการเดินทางอย่างปลอดภัย ดังนั้นเบรกต้องมีความสมบูรณ์ สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ควรตรวจเช็คน้ำมันเบรก จานเบรก ปั๊มลม และควรมีน้ำมันเบรกสำรองไว้บ้างก็จะดีเป็นอย่างยิ่งเลยค๊าา

3. น้ำในหม้อน้ำ ควรหมั่นตรวจสอบน้ำในหม้อน้ำให้อยู่ในระดับที่ได้ตามมาตรฐานของรถแต่ละคันอยู่เสมอ เพื่อความปลอดภัยของตัวรถ และผู้ใช้เอง

4. น้ำกลั่นในหม้อแบตเตอรี่ ควรให้อยู่ในระดับมาตรฐานที่รถแต่ละยี่ห้อกำหนดไว้เช่นเดียวกัน

5. น้ำมันเครื่อง ควรตรวจสอบก่อนออกเดินทางว่าอยู่ในระดับขีดมาตรฐานหรือไม่ หากพร่องไปก็ควรจะเติมให้อยู่ในระดับมตรฐาน และควรมีสำรองติดรถไว้เพื่อความปลอดภัยนะจ๊ะสาวๆ

ป้ายแดงขับกลางคืนผิดกฎหมาย
6. น้ำมันเชื้อเพลิง ในการเดินทางไกลนั้นเราควรเติมน้ำมันให้เต็มรถ หรือหากมั่นใจว่าในบริเวณเส้นทางผ่านนั้นจะมีปั๊มน้ำมันรองรับอยู่สม่ำเสมอแล้วก็สามารถเติมได้ตามความพอใจ แต่หากฉุกเฉินน้ำมันหมดขึ้นมา จะหาเทพบุตรสมัยนี้มาช่วยก็อาจจะยากส์หน่อยนะจ๊ะ

7. กระจกมองข้างทั้ง 2 ด้าน รวมถึงกระจกมองหลังด้วยนั้น ควรอยู่ในสภาพสมบูรณ์ หมั่นเช็คว่าสามารถปรับระดับได้ตามที่เราต้องการหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นกระจกปรับอัตโนมัติ หรือแม้แต่กระจกที่ต้องใช้มือปรับเองก็ตาม

8. เครื่องมือประจำรถ และอุปกรณ์ช่วยเหลือฉุกเฉินต่างๆ ควรมีติดรถไว้ตลอดเวลา

9. เครื่องมือพยาบาล อาจมีอุบัติเหตุไม่คาดคิดเกิดขึ้น หากไม่ร้ายแรงมาก เราสามารถช่วยเหลือปฐมพยาบาลฉุกเฉินได้

10. เอกสารสำคัญต่างๆในการยืนยันตัวรถ และ ประกันภัยรถยนต์ที่มีเบอร์โทรศัพท์สามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินอื่นๆที่สามารถติดต่อได้ตลอดเวลา

ข้อแนะนำ
1. ถ้าเส้นทางใดที่เพื่อนๆไม่คุ้นเคย หรือเป็นเส้นทางเปลี่ยวควรหลีกเลี่ยง หรือหากจำเป็นควรเดินทางในเวลากลางวัน
2. อย่า! หยุดรถหรือแวะรับคนข้างทางในที่เปลี่ยวโดยเด็ดขาด
3. ควรศึกษาเส้นทางให้ละเอียดก่อนออกเดินทาง เพื่อความสะดวกและประหยัดเวลาในการเดินทาง
4. ไม่ควรเดินทางในระยะไกลๆเพียงลำพัง หากจำเป็นควรระมัดระวัง ไม่จอดข้างทางในบริเวณที่เปลี่ยว
5. ในการขับรถไม่ควรแซงบริเวณทางแยก เนินเขา ทางโค้ง หรือแม้แต่บนสะพาน เพราะล้วนแต่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
6. หากรถยนต์ของเพื่อนๆยังเป็นรถใหม่ป้ายแดง ถ้าในการเดินทางนั้นจำเป็นต้องเดินทางในช่วงกลางคืน ควรขออนุญาตตามกฎหมาย ด้วยการนำสมุดที่มากับป้ายแดงไปแจ้งขออนุญาตจากสน. จราจรเพื่อให้เซ็นต์อนุญาต จะได้ไม่ผิดกฏหมายนะจ๊ะ


วันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2556

สระมรกต, กระบี่ "สระน้ำสีเขียวอมฟ้า" (Unseen Thailand)


 
หน้าร้อนนี้เพื่อนๆมีสถานที่คลายร้อนกันแล้วหรือยัง ถ้ายังวันนี้เรามีสถานที่ท่องเที่ยวดีๆ อากาศบริสุทธิ์มาแนะนำเพื่อนๆเพื่อคลายร้อนกัน นั่นคือ "สระมรกต" จังหวัด กระบี่นั่นเอง!

สระมรกต เป็นสระน้ำสีเขียวอมฟ้า ซึ่งกำเนิดมาจากธารน้ำอุ่นในบริเวณป่าที่ราบต่ำของภาคใต้ ซึ่งสระแห่งนี้มีความร้อนอยู่ที่อุณหภูมิประมาณ 30-50 องศาเซลเซียส โดยสระแห่งนี้กำเนิดขึ้นใจกลางป่าใหญ่ และจะสามารถเปลี่ยนสีของน้ำได้ตามวัน เวลา และแสงแดดที่ส่องลงมา ทำให้เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ยิ่ง บริเวณสระน้ำพุร้อนเหล่านี้ จะแบ่งออกเป็น 3 สระ ได้แก่ สระแก้ว สระมรกต และสระน้ำผุด ซึ่งสระเหล่านี้เพื่อนๆสามารถลงเล่นน้ำได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้ร้อนจนผิวหนังผุพอง หรือเป็นอันตรายแต่อย่างใด มิหนำซ้ำการได้ลงสระน้ำอุ่นที่มีความร้อนจากธรรมชาตินั้น เชื่อกันว่าจะส่งผลดีสำหรับผู้ที่มีอาการผื่นคัน ให้สามารถหายได้(นี่เป็นความเชื่อที่ได้ยินมาจากคนทางบ้านนะคะ ซึ่งสามารถทดลองได้โดยไม่ส่งผลเสีย) และยังทำให้เพื่อนๆคลายร้อนได้ เนื่องจากบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง และแวดล้อมไปด้วยร่มเงาของต้นไม้ ทำให้รู้สึกได้ถึงความผ่อนคลาย และสดชื่นน่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง พูดแล้วอยากเก็บเสื้อผ้าไปเที่ยว กระโดดสระให้สดชื่นซะตอนนี้เลย!


สำหรับช่วงเวลาระหว่างที่เพื่อนๆกำลังเดินเข้าไปยังสระมรกตนั้น สามารถเดินจากเส้นทางที่ไปยังสระโดยตรง หรืออาจใช้เส้นทางที่ใช้ศึกษาธรรมชาติที่มีระยะทางประมาณ 2.7 กม. ซึ่งไม่ว่าจะเลือกเส้นไหนก็สามารถมาบรรจบกันยังสระมรกตได้ แต่ขอแนะนำว่าให้เดินทางไปสระปกติก่อน แล้วค่อยเดินกลับมาจากทางศึกษาธรรมชาติ เพื่อชมพรรณไม้ และนกสวยงามต่างๆมากมาย อาทิ นกแต้วแร้วท้องดำ นกเงือกดำ นกกระเต็นสร้อยคำสีน้ำตาล เป็นต้น ทำให้การมาเที่ยวในครั้งนี้ได้ทั้งความเพลิดเพลิน และความรู้ที่มีอยู่ 2 ข้างทาง

การเดินทาง

โดยรถยนต์ส่วนตัวอยู่ห่างจากอำเภอเมืองกระบี่ตามถนนเพชรเกษม (กระบี่-ตรัง) ประมาณ 45 กิโลเมตรจากนั้นแยกเข้า ถนนสุขาภิบาล 2 สังเกตจากป้ายบอกทาง ตรงที่ว่าการอำเภอคลองท่อมไปอีกประมาณ 15ไปตามทางหลวง หมายเลข 4038 แล้วเลี้ยวขวาไปตามถนนรพช. และตามป้ายบอกทางไปจะพบน้ำตกร้อน และสระมรกต


credit : http://www.google.com

วันพุธที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2556

10 วิธีเล่นสงกรานต์อย่างไรให้ปลอดภัย


เทศกาลสงกรานต์ใกล้เข้ามาทุกที เชื่อว่าเพื่อนๆต่างเตรียมตัวสนุกเล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างเต็มที่ แต่ในการเล่นน้ำสงกรานต์ในแต่ละปีนั้น ล้วนมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นเสมอ ดังนั้นวันนี้เราจึงมีวิธีเล่นน้ำสงกรานต์อย่างปลอดภัยมานำเสนอเพื่อนๆ เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ เป็นปีแห่งการเล่นน้ำที่น่าประทับใจ เรามาเริ่มกันเลย!

1. แต่งมิดชิดเข้าไว้
แน่นอนแหละ หนุ่มๆสาวๆจะเล่นน้ำแต่ละปีก็ต้องใส่เสื้อผ้ามันเห็นเนื้อหนังกัน แล้วยิ่งสมัยนี้ยิ่งใส่ชิ้นเล็กชิ้นน้อยกันเหลือเกิน ถ้าอยากจะดึงดูดเพศตรงข้าม เราแนะนำแค่รอยยิ้มน่ารักๆ เป็นมิตร แค่นี้ก็มัดใจแล้วนะจ๊ะ ไม่ต้องใส่วาบหวามมากก็ได้ คนมีแฟนเดี๋ยวแฟนก็หึงตายกันพอดี ควรใส่ตามกาละเทศะดูว่าอะไรเหมาะสมไม่เหมาะสมกันด้วยนะอีกอย่างป้องกันตัวเองจากอันตรายหลายๆอย่างด้วยนะ เกิดกลับบ้านคนเดียวโดนทำมิดีมิร้ายไปละ เป็นเรื่อง!!

2. ของมีค่า หนุ่มสาวจะออกไปเล่นน้ำทั้งที ของมีค่าที่มีติดตัวอยู่เก็บไว้ที่บ้านจะดีซะกว่านะจ๊ะ เดี๋ยวหายขึ้นมาแล้วจะลำบาก แต่ถ้าอยากจะเอาของรักขาดไม่ได้อย่างโทรศัพท์มือถือไปละก็ ควรจะหาซองกันน้ำดีๆใส่ให้มิดชิดนะ เดี๋ยวน้ำเข้า พังไปไม่คุ้มค่าซ่อม ขอบอก (ถ้าบ้านใครมีสตังค์ซื้อใหม่ได้ก็ตามแต่ละกันจ๊ะ ^^)

3. เล่นน้ำปลอดภัย
ออกไปเล่นน้ำทั้งที อยากจะสาดสาวสวยๆ หนุ่มหล่อ ก็เลือกอุปกรณ์เล่นน้ำที่เหมาะสมด้วยนะจ๊ะ เลือกเอาอันที่คิดว่าพอดี ไม่ใหญ่เกินไป เดี๋ยวฉีดเข้าตามาเป็นเรื่องอีกอะ!!



4. งดปะแป้งลวนลามหรือแต๊ะอั๋ง หนุ่มสาวบางคนรอเทศกาลนี้โดยเฉพาะเลยหล่ะสิ! ถือโอกาสเล่นน้ำ ปะแป้ง แต๊ะอั๋งสาวขาวๆ สวยๆ เล่นก็เล่นให้มีมารยาทหน่อยซิคุณ บางคนเขาก็ไม่ชอบหรอก เขาก็อยากจะมาเล่นน้ำสนุกๆแต่ต้องมาเจอโดนแต๊ะอั๋งอีก อีกอย่างแป้งเย็น , ดินสอพองมีสีเนี่ย No!! นะจ๊ะ สมัยนี้เขาสาดน้ำให้ชุ่มฉ้ำก็พอแล้ว

5.แว่นตาช่วยชีวิต
ส่วนคนที่หลีกเลี่ยงการเล่นแป้งไม่ได้ละก็ ก่อนออกจากบ้านลองหาแว่นตาใหญ่ๆสักอันเอาไว้กันคนที่มาปะแป้งเรา บางคนปะที อือฮือ!! เอาซะทั้งหน้ามองไม่เห็นทางเลย หรืออีกวิธีคือผ้าขนหนูปะกันไปเช็ดออกกันไปนะ

6. ไปกันเป็นฝูง เล่นน้ำสงกรานต์แบบนี้ ไปคนเดียวมันจะไปสนุกอะไรหละ ออกเล่นน้ำทั้งทีชวนเพื่อนๆไปกันเยอะๆได้ทั้งความสนุกแล้วก็ปลอดภัยกว่าไปน้อยๆนะจ๊ะ ^^

7. ไม่เรื้อน ไม่เป็นนางลำยอง
สงกรานต์จะเล่นน้ำให้มันส์ทั้งทีเดี๋ยวนี้วัยรุ่นกินของมึนเมากันมากมาย เดินไปตามทางทุกร้านเลยแหละขายเบียร์กันเป็นแถบ! กินแค่พอกึ่มๆยังพอทนไหว แต่ถ้าเล่นกินแล้วเล่นไม่รู้เรื่อง หาเรื่องชาวบ้านเขา แบบนี้ไม่สนุกนะจ๊ะ จะเล่นน้ำให้สนุกไม่จำเป็นต้องกินให้เมาก็ได้ ไปกับเพื่อนเยอะๆก็โอเคแล้ว เป็นห่วงอะ

8. เมาไม่ขับ ส่วนน้อยแหละเนอะที่จะขับรถไปจอดตามที่เล่นน้ำสงรานต์กัน แต่ถ้าคนไหนเล่นน้ำ เมาอีก แนะนำไม่ควรขับรถนะจ๊ะ เล่นน้ำสนุกทั้งทีอย่าให้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเลย แนะนำให้เพื่อนที่มีสติ ไม่เมาขับแทน หรอืไม่ก็จอดไว้ที่บ้าน นั่งรถตุ๊กๆ กระบะ แท็กซี่จะดีซะกว่า

9. กลับดึกแบบปลอดภัย
เล่นน้ำสงกรานต์บางกลุ่มเล่นกันตั้งแต่เช้า กลับเย็นก็ไม่ค่อยน่าเป็นห่วง แต่พวกที่ออกกลางคืนเที่ยวผับ บาร์แล้วกลับดึกๆหรือเช้าเนี่ย ควรระวังด้วยนะจ๊ะ ทางที่ดีถ้าเป็นผู้หญิงควรให้เพื่อนหลายๆคนไปส่งที่บ้านจะปลอดภัยที่สุด ส่วนหนุ่มๆกลับบ้านกดูดีๆ เดี๋ยวนี้อันตรายมันไม่เลือกเพศนะ

10. แบบนี้ไม่เอา!! รูดเสาหลังกระบะ สงกรานต์เป็นประเพณีเก่าแก่ของไทยที่มีมานาน แต่สังคมสมัยนี้มันเริ่มจะแย่ลงกันแล้ว เพราะเล่นน้ำแต่ละปีก็ยิ่งมีผู้หญิงที่นุ่มน้อยห่มน้อยมาเต้นหวาบหวาม สยิวกิ้วให้เห็นกัน บางคนถึงกับถอดให้เห็นเนื้อหนัง บางคนเมาแล้วทำอะไรโดยไม่คิด แบบนี้ก็ไม่ไหว รู้รึเปล่าทำแบบนี้ไม่ได้ดูดีเลยนะ! ถึงจะทำเพื่อความสนุกก็ตามเถอะ ไม่โอนะจ๊ะ ไม่สับสนุน!!!!

เล่นน้ำสงกรานต์ปีนี้ขอให้เพื่อนๆสนุกกัน ตามกาละเทศะ และหากทำตาม "10 วิธีเล่นน้ำสงกรานต์อย่างปลอดภัย" ที่นำมาเสนอในวันนี้ มั่นใจได้ว่าเพื่อนๆทุกคน ปลอดภัย หายห่วง!!!

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.unigang.com/Article/10700 รูปภาพ : http://www.google.com

วันจันทร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2556

เกาะเสม็ด (koh samet) สวรรค์ของนักท่องเที่ยว


สวัสดีเพื่อนๆชาว thailand-amazingtour ทุกคนนะคะ ช่วงนี้เข้าหน้าร้อนกันแล้ว เพื่อนๆมีวิธีคลายร้อนกันอย่างไรบ้าง และแน่นอนวันนี้เรามีสถานที่ท่องเที่ยวดีๆมานำเสนอเพื่อคลายร้อนกันได้อย่างดี นั่นคือ เกาะเสม็ด ซึ่งเพื่อนๆอาจเคยได้ยินคำที่ว่า "ไปเสม็ดเสร็จทุกราย" คำนี้ไม่ได้ล่อแหลมแต่อย่างไร แต่ความหมายตรงตัวนั่นคือ หากใครได้เไปเที่ยวเกาะเสม็ดแล้ว เป็นต้องติดใจ และหลงรักเกาะเสม็ดอย่างแน่นอน
เกาะเสม็ด หรือเกาะแก้วพิสดาร ตั้งอยู่ในเขต ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง ห่างจากฝั่งบ้านเพประมาณ6.5 กม. ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีน้ำใสสะอาด บรรยากาศเงียบสงบ และเป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่เหมาะสำหรับการมาเที่ยวพักผ่อน แต่ในเรื่องราคาของใช้ และอาหารบนเกาะแห่งนี้อาจมีราคาสูงกว่าบนชายฝั่งประมาณ2เท่า ซึ่งเกาะเสม็ดจะมีหาดให้ท่านได้เที่ยวหลายหาดด้วยกัน ได้แก่ หาดทรายแก้ว อ่าวน้อยหน่า อ่าวไผ่ อ่าวลูกโยน อ่าวป่าช้า อ่าวกลาง แหลมใหญ่ อ่าวทับทิม อ่าวพุทรา อ่าวนวล อ่าวช่อ/อ่าวทานตะวัน อ่าวแสงเทียน อ่าววงเดือน อ่าวหวาย อ่าวกิ่วนอก อ่าวพร้าว ฯลฯ
ซึ่งแต่ละหาดจะมีลักษณะ และความเหมาะสมที่แตกต่างกันไป นั่นคือ

1. อ่าวที่มีคนพลุกพล่าน และทำกิจกรรม ได้แก่ หาดทรายแก้ว อ่าวไผ่ อ่าววงเดือน อ่าวพร้าว และเกาะทะลุซึ่งต้องนั่งเรือต่อไปอีกทีหนึ่ง

2. จุดชมวิว พระอาทิตย์ตกดิน : อ่าวพร้าว แหลมเรือแตก อ่าวเตย อ่าวกิ่วนอก แหลมใหญ่(ชมพระอาทิตย์ขึ้น) และอ่าวไผ่

3. จุดอาบแดด : อ่าวน้อยหน่า หาดทรายแก้ว อ่าวไผ่ และอ่าวพุทรา

4. จุดตกปลา : อ่าวป่าช้า อ่าวเตย และอ่าวกะรัง(ช่วงเดือนพย-ธค จะมีปลาอินทรีย์จำนวนมาก)

เกือบทุกอ่าวที่เพื่อนๆสามารถลงเล่นน้ำได้ ยกเว้น แหลมเรือแตก และอ่าวป่าช้า ซึ่งมีลักษณะเป็นโขดหิน และเผ็นแนวผาชัน ทำให้ไม่เหมาะสำหรับการเล่นน้ำ

และนี่เป็นรายละเอียดแนะนำสำหรับเพื่อนๆที่เตรียมตัวไปเที่ยวยังเกาะเสม็ด ขอให้เตรียมตัว และอย่าลืมพกครีมกันแดดเผื่อไปด้วยนะจ๊ะ ขอให้มีความสุขกับการเที่ยวเกาะเสม็ด เสร็จทุกรายจร้า!

แผนที่อ่าวรอบๆเกาะเสม็ด

 




วันเสาร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2556

วางแผนก่อนเที่ยวอย่าง Amazing



เมื่อเราคิดจะไปเที่ยวที่ไหนกันสักที่หนึ่ง แน่นอนว่าการวางแผนในการเที่ยวนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะนั่นจะทำให้ท่านสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ถึงสิ่งที่จะต้องทำ และช่วยประหยัดเวลาในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเดินทาง ค่าใช้จ่าย สถานที่พัก และอื่นๆอีกมากมาย และในวันนี้ทาง thailand-amazingtour ได้นำข้อมูลเกี่ยวกับการวางแแผนเพื่อท่องเที่ยวของท่าน ให้การเที่ยวนั้นมีความสุขได้ เริ่มกันที่
สถานที่ : แน่นอนท่านต้องกำหนดว่าสถานที่ที่ท่านจะไปนั้นคือที่ไหน อาทิ ไปทะเล เที่ยวป่า ขึ้นเขา หรือเที่ยวทะเลทราย(ซี่งเมืองไทยเราไม่น่าจะมีนี่นา)

วัน เวลาในการเดินทาง : เมื่อท่านได้สถานที่แน่นอนในการเดินทางแล้ว ควรกำหนดวันเดินทางให้ชัดเจน ว่าจะไปในวันใด เพราะนั่นจะช่วยให้ท่านสามารถกำหนดได้ว่า ยังมีเวลาเหลือก่อนการเดินทางอีกเท่าไหร่ และวันที่จะไปเที่ยวนั้นเป็นวันหยุดยาว หรือวันหยุดสุดสัปดาห์ปกติ หรือไปในช่วงวันธรรมดา ซึ่งนั่นจะมีผลต่อการเลือกที่พักของท่านในอีกส่วนหนึ่งด้วย

งบประมาณ : ในที่นี้ขอพูดถึงงบประมาณเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายรวมๆของการเดินทางในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น1. ค่าที่พัก 2. ค่าการเดินทาง หากใช้รถยนต์ส่วนตัวก็ต้องคิดถึงค่าน้ำมัน หรือหากใช้บริการรถโดยสารต่างๆก็มีค่าตั๋ว เป็นต้น 3. ค่าอาหารและของฝาก(หรือหากไม่มีใครต้องซื้อฝากก็ตัดไป อิอิ) และ 4. ค่าส่วนๆอื่นๆที่อาจมีการใช้เมื่อยามจำเป็น

ที่พัก : เมื่อได้รายละเอียดแล้วก็ถึงเวลาหาที่พักกันซะที ซึ่งการหาที่พักนั้น แน่นอนว่าอย่างแรกเราต้องหาที่ที่อยู่ใกล้กับสถานที่ที่เราจะไป หากอยู่ติด หรือในบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวของเราได้ยิ่งดีที่สุด แต่อย่าลืมว่า ที่พักนั้นต้องอยู่ในงบประมาณที่เราตั้งไว้ด้วย เพราะหากเกินงบ บานปลาย อาจทำให้การท่องเที่ยไม่สนุกได้ (thailand-amazingtour จะโดนเหน็บมาทีหลังไม่ได้นะ อิอิ)
ศึกษาเส้นทาง : เมื่อได้สถานที่ที่เราจะไป และที่พักแล้ว การศึกษาเส้นทางไว้ล่วงหน้าก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางให้ท่านได้ ซึ่งควรศึกษาทั้งเส้นทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยว และเส้นทางไปยังที่พัก เพื่อจะได้ลั๊ลลากันอย่างสบายใจ ประหยัดเวลา และไม่อารมณ์เสียเนื่องจากขับรถผิดเส้นทางนะคะ

เตรียมสัมภาระ และของใช้ต่างๆ : เมื่อจะไปเที่ยวสิ่งที่ต้องเตรียมไปมีอะไรบ้าง เช่น จะไปเที่ยวทะเล ควรจะมีครีมกันแดดทั้งตัว และผิวหน้า หมวก ชุดว่ายน้ำ หรือไปขึ้นเขา ก็ควรมีรองเท้าผ้าใบ ถุงเท้า เป็นต้น และหากเพื่อนๆคนใดชอบเก็บภาพประทับใจก็ไม่ควรลืมกล้องถ่ายรูปเป็นอันขาด เดี๋ยวไม่ได้เก็บภาพสวยๆจะมานั่งเสียใจทีหลังนะคะ

ซึ่งจาก5ขั้นตอนที่ได้นำเสนอเพื่อนๆ หากใช้ขั้นตอนเหล่านี้แล้ว จะทำให้สามารถเที่ยวได้อย่างสบายใจ หมดกังวล และขอให้เพื่อนๆเที่ยวอย่างมีความสุข และสัมผัสได้ถึงความAmazing ของเมืองไทยกันนะคะ